คนญี่ปุ่นเป็นยังไงน้าา


กลับมาแล้วนะค่ะสำหรับงานแสดงสดดีๆ ของศิลปินจากญี่ปุ่น Ms. Junco ซึ่งเมื่อปลายเดือนพฤษภาคาก็ได้มาร่วมแสดงคอนเสิร์ต ASEAN +3 Concert for the King ซึ่งทาง Radio Thailand เป็นเจ้าภาพ ได้เรียกเสียงปรบมือและการตอบรับอย่างดีจากผู้ฟังเพลงชาวไทย กับเพลงอมตะอย่าง Sukiyaki และ Tennessee Waltz หลังจากนั้นก็มีงานคอนเสิร์ตเรียกได้ว่าพิเศษสำหรับคนญี่ปุ่นไกลบ้าน เล่นเอาหลายคนคิดถึงบ้านจนน้ำตาไหลกันเลยดีเดียวค่ะ จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม ที่สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ ขอบคุณผู้มาร่วมสนุกทุกๆ คนด้วยนะค่ะ

สำหรับผลงานที่ญี่ปุ่น ก็มีออกเทปพร้อมกับการแสดงคอนเสิร์ตทั่วเกาะฮอกไกโด พร้อมกับ Cheep Hioishi นัก Saxophone เป็นหนึ่งในอดีตวง Look ที่มีชื่อเสียงในอดีตที่เคยทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว หลังจากกลับบ้านไปไม่ถึงเดือน Ms. Junco ก็กลับมาเมืองไทยอีกครั้งพร้อมกับร่วมแจมที่ Saxophone Pub แน่นอนว่าหลายคนคงรู้จักเป็นอย่างดี นี่ก็ปาเข้าไป 20 กว่าปีแล้ว…

Ms. Junco

สำหรับงานแสดงในครั้งนี้ จะมีขึ้นวันจันทร์ที่ 22 เวลา 24.00 ที่ร้าน Saxophone Pub อนุเสาร๊ชัย ติดตามผลงานการแสดงสดงาน ASEAN + 3 Concert for the King เมื่อเดือนพฤษภาคม ได้ที่นี่ค่ะ

http://www.youtube.com/watch?v=pkaYv7_OK2E&feature=channel_page http://www.youtube.com/watch?v=F2DDUrAro5g&feature=channel_page

Junco Myspace:

http://www.myspace.com/musicjunco

แฟนเพลงของ Ms.Junco หรือเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบเพลงญี่ปุ่นก็ไปร่วมให้กำลังใจได้นะค่ะ Directer by Discoverymusic.jp/bkk


http://www.discoverymusic.jp/bkk/

วันนี้ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คนญี่ปุ่นที่อยู่อเมริกามา 20 ปี ทำงานที่เมืองไทยมา 1 ปีกว่าพูดภาษาไทยได้นิดหน่อย พอสื่อสารได้บ้าง เพราะไม่ได้ไปโรงเรียนสอนภาษา แต่เรียนรู้ด้วยตนเอง และจากเพื่อนๆ

เมื่อตอนอายุได้ 25 ปีก็ได้เดินทางไปทำงานที่สหรัฐอเมริกา มีครอบครัวอยู่ที่นั่นมี เพื่อนฝูงมากมายที่รู้จักและสนิทสนมกันอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นคนอเมริกันไปแล้ว เพราะเค้าไม่ต้องการย้ายกลับไปอยู่ญี่ปุ่น เหตุผลคือไม่ทราบเกี่ยวกับความเป็นไปในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคมของญี่ปุ่นในปัจจุบัน จึงต้องการหางานที่เมืองไทย หรือไม่ก็ย้ายกับไปอยูสหรัฐอเมริกาเหมือนเดิม

ไม่ว่าจะเป็นด้านความคิดความเห็นต่างๆ ทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่าเค้าไม่ใช่คนญี่ปุ่น (เค้าพูดเองนะค่ะ) และไม่ชอบญี่ปุ่น ซะงั้น….เฮ้อ…ชาวต่างชาติหลายๆ คนก็ยังสนใจและอยากอยู่ญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นความชอบในบางสิ่งบางอย่าง…..

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจที่เค้าพูดคือ “การที่เราได้อยู่ต่างประเทศนานๆ ทำให้เรารู้ว่าเราเหมาะกับที่ไหน ไม่จำเป็นว่าเกิดที่ญี่ปุ่น แล้วต้องอยู่่ญี่ปุ่น แต่มีสถานที่อีกมากมาย ผู้คนอีกมากมายที่เราไม่รู้จัก และรอเราอยู่ การไปเที่ยวครั้งสองครั้งไม่เหมือนกับการที่เราต้องไปอยู่จริงๆ เพราะมันต่างกัน และทำให้เราเลือกได้ว่าเราเองน่าจะอยู่ที่ไหน”….อืม……..

นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้เขีียนสนใจคนญี่ปุ่น ทั้งที่สัมภาษณ์คนญี่ปุ่นมาแล้วไม่รู้กี่ร้อยคน…แต่ก็ยังงงๆ และต้องการหาคำตอบต่อไป..เพราะคนญี่ปุ่นมี่ตั้ง 127 ล้านคน..จะไหวมั้ยเนี่ย….เฮ้ออ

วันนี้สัมภาษณ์หนุ่มญี่ปุ่นที่เล่าอย่างอารมณ์ดีว่าได้พบรักกับสาวไทย ที่ตอนหลังแต่งงานกัน และกำลังจะมีลูกด้วยกัน….

หนุ่มญี่ปุ่นคนนี้เดินทางไปร่ำเรียนที่ออสเตรเีลีย และทำงานที่นั่นเกือบ 10 ปี แต่สุดท้ายก็ได้พบรักสาวไทยจากการแชตกันทางอินเตอร์เนท! ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้ต้องบินมาอยู่เมืองไทยอย่างไม่คาดคิด หลังจากนั้นก็เริ่มหางานเพื่อสร้างครอบครัวที่เมืองไทยต่อไป

ในเรื่องครอบครัวนั้น ผู้เขียนเองก็อดสงสัยอีกเช่นกันว่า คนญี่ปุ่นคิดยังไงน้ากับการที่ภรรยาคนไทยที่มีญาติ และมีเพื่อนฝูงมากมายที่มาเที่ยวบ้านไม่เว้นแต่ละวัน ด้วยความเป็นครอบครัวใหญ่ของคนไทย ทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกยังไงบ้าง..ได้คำตอบที่เล่าอย่างอารมณ์ดีดังนี้ค่ะ…

“โดยส่วนตัวของเค้าแล้วนั้นเคารพและรักในสิ่งที่ภรรยารักด้วย ตอนนี้อาจจะยังไม่ชินกับการที่ญาติของภรรยามาอยุ่ด้วย แต่ก็จะพยายามรับให้ได้ เพราะได้ตัดสินใจแต่งงานแล้ว ครอบครัวคนญี่ปุ่นก็เำหมือนกับคนไทยที่รักและเคารพญาติๆ เหมือนกัน นอกจากจะเป็นการเคารพแล้ว ยังเป็นการรักษาความสัมพันธ์อันดีด้วยต่อกันอีกด้วย แม้บางครั้งอาจจะเจอปัญหาเรื่องแม่ตนเองกับภรรยาที่คุยกันไม่รู้เรื่อง เนื่องจากภาษา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความห่างเหินต่อกันได้”

อืม…แม้ว่าจะแตกต่างเรื่องวัฒนธรรม ภาษา หรืออะไรต่างๆ ก็ตาม ถ้าเรายอมที่จะเรียนรู้และรับมัน…ก็จะทำให้เรามีความสุขได้เช่นกัน อย่างน้อยก็ทำให้ผู้เขียนเห็นว่า…ความรักนั้นไร้พรมแดนจริงๆ…..เฮ้อออ มีอีกซักคนมั้ยเนียะ !!!!

เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงพอสมควรเรื่องซุบซิบนินทาของแม่บ้านญี่ปุ่น ที่ดังทั้งในและนอกญี่ปุ่น ผู้เขียนก็สงสัยอีกเหมือนกัน พอได้โอกาสก็ถามซะเลยว่าเป็นยังไงกันแน่..ไม่แน่อาจจะช่วยแก้ข่าวก็ได้…แต่ ขออนุญาตก่อนถามนะค่ะ ไม่งั้นอาจจะมีมวยเกิดขึ้นได้

ผู้เขียนถามว่าจริงหรือที่ว่าแม่บ้านคนญี่ปุ่นชอบซุบซิบนินทา หรือเม้ากันอย่างสนุกสนาน จับกลุ่มกันเป็นก๊ก เป็นเหล่า มีเรื่องอะไรคุยกันนักหนา….ได้คำตอบดังนี้

“การที่เห็นแม่บ้านคนญี่ปุ่นที่ชอบคุยกันเสีียงดังตอนที่พบกัน เม้ากันให้สนั่นหวั่นไหวแทบฟังไม่ทันว่าคุยเรื่องอะไร นั่นก็เพราะว่าคนญี่ปุ่นที่อยู่ต่างประเทศที่ไม่ใช่ประเทศของตัวเองนั้นมี เรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องผู้คน อาหารการกิน วัฒนธรรม ภาษา หรือเรื่องอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ทำให้ต้องการเพื่อนที่คอยปรึกษา หรือแบ่งปันประสบการณ์เวลาเจอกัน เพื่อจะได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ เพราะส่วนใหญ่สามีก็ทำงานหนัก ออกจากบ้านเช้ากลับดึก จึงไม่แปลกที่แม่บ้านคนญี่ปุ่นอยากได้เพื่อนคุย หลังจากการส่งลูกไปโรงเรียน ทำงานบ้าน นอกจากนี้ก็ยังต้องการพักผ่อนกับเพื่อนๆ บ้าง”

หัวอกแม่บ้าน แม้ผู้เขียนยังไม่มีประสบการณ์ได้แต่เดาเอาว่า…คงเหนื่อยน่าดู พักผ่อนบ้างนะค่ะ เป็นห่วง…

ไม่ว่าจะสัมภาษณ์คนญี่ปุ่นคนไหน ผู้เขียนก็จะหยิกแกมหยอกว่า กลับไปหางานที่ญี่ปุ่นบ้างเห็อะ ที่นีี่พี่ไทยเราเองก็ยังหางานยากยังจะมาแย่งงานเราอีก ปล่อยให้พี่ไทยเรามีโอกาสบ้าง…คำตอบที่ได้นอกจากเสียงหัวเราะ และคำยืนยันว่ารักเมืองไทยเราเป็นหนักหนา อยากอยู่เมืองไทย อยากเป็นคนไทย ชอบอาหารไทย แต่งงานกับคนไทย หรืออะไรต่างๆ นานา

แต่อยู่เมืองไทยเพียงเพื่อตอบสนองความชอบของตัวเองหรือ??? น่าจะมีอะไรที่ให้กลับคืนมา และเป็นประโยนช์กับเมืองไทยของเราบ้าง

สัมภาษณ์คนนี้แล้วทำให้ผู้เขียนมีความคิดที่เปลี่ยนไปกับคนญี่ปุ่นค่อน ข้างมากที่เดียว หลังจากนั้นก็ไม่เคยพูดหยอกให้คนญี่ปุ่นกลับประเทศอีกเลย…

คนญี่ปุ่นคนนี้อยู่่เมืองไทยมาเกือบ 20 ปี เรียกได้ว่ารู้ซึ่งถึงน้ำใจคนไทยที่ประทับใจจนลืมไม่ได้ ที่เล่าทั้้งน้ำตาคลอ แม้่ว่าจะต้องย้ายกลับญี่ปุ่นหลังหมดภาระหน้าที่ แต่เค้าก็ยินดีลาออกเื่พื่อใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยศึกษาคนไทยให้มากขึ้น

ประสบการณ์ที่ได้ฟังจากเค้านั้นทำให้รู้สึกว่าในสังคมคนญี่ปุ่นที่อยู่ เมืองไทยนั้นก็มีความรับผิดชอบในที่ที่ตนเองอยู่ ไม่ว่าจะอยู่ญี่ปุ่นหรือเมืองไทย หน้าที่เรานั้นก็คือดูแลสังคมที่เราอยู่ด้วย

เรื่องของเพื่อนเค้านั้นทำให้เค้ารักและอยากอยู่เมืองไทยมากขึ้นอีก จากการที่สังคมไทยได้ให้อะไรมากกว่าเงินเดือนที่ได้รับเป็นร้อยเท่า..เรื่อง มีอยู่ว่า เพื่อนของเค้านั้นมีร้านเสริมสวย และมีพนักงานที่มาจากอีสาน หลังจากนั้นไม่กี่ปี พนักงานคนนั้นก็หายตัวไปพร้อมทิ้งลูกขอตัวเองไว้อีก 2 คน ด้วยความสงสาร และรักเด็กสองคนนั้น เพื่อนของเค้าก็รับเป็นลูกบุญธรรม เลี้ยงดูให้การศึกษาอย่างเด็กทั่วไปควรจะได้จากครอบครัว และทางครอบครัวที่อยู่ทางญี่ปุ่นก็รับได้และยินดีทำเช่นกัน คำตอบที่ทำเช่นนี้คือ เค้าอยากทำอะไรเพื่อสังคมไทยบ้างไม่ใช่เป็นผู้รับอย่างเดี่ยว แม้การเลี้ยงลูกทั้ง 2 คนที่ไม่ใช่ลูกตัวเอง เป็นภาระที่หนักเอาการ แต่ก็มีความสุขที่ได้ให้กับคนที่ต้องการได้”

แม้ว่าเราจะอยู่ไหน สังคมไหนอย่างน้อยเราก็ควรรับผิดชอบในสังคมที่เราอยู่ เพื่อทำให้เป็นสังคมที่มีแต่ความรักความสามัคคีกัน เริ่มจากสิ่งเล็กน้อยๆ..เราทุกคนก็ทำได้…

หลายๆ คนคงจะเคยได้ยิน หรือเป็นที่เลืองลือมากว่าคนญี่ปุ่นเป็นคนตรงเวลามาก ไม่ว่่าเป็นการนัดหมายที่เล็กหรือใหญ่ การไปก่อนเวลานัดหมายนั้นเป็นเรื่องที่สมควรต้องทำ และคนญี่ปุ่นเองถือว่าการรักษาเวลาเป็นสิ่งที่สุภาพ

และที่ได้ยิน่ไม่แพ้กันเลยนะค่ะว่าพี่ไทยเราไม่ค่อยรักษาเวลา นัดทีก็จะสายตลอด…แต่ยังไงพี่ไทยเราก็มีเสห์น่ดึงดูดชาวต่างชาติมาอยู่เมือง ไทยจนจะล้นเมือง….

หลังจากที่ผู้เขียนก็อดสงสัยมานานว่า แล้วคนญี่ปุ่นเองอะ เคยมาสายบ้างปะ??? แน่นอนค่ะว่า ผู้สมัครตอบว่า แน่นอนค่ะ..เคยมาสายเหมือนกัน แล้วก็หัวเราะพร้อมแก้ตัวอย่างน้ำขุ่นว่า…พี่ไทยสายกว่าเยอะ…น๊าาาาน

โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนเห็นว่า ไม่ว่าเป็นคนชาิติไหนๆ ก็มีทั้งตรงเวลา และไม่ตรงเวลาเหมือนกัน อาจจะมากน้อยต่างกันเท่านั้นเอง เพราะผู้เขียนก็เคยเห็นคนญี่ปุ่นที่รักษาเวลา และสายก็มี…. ด้วยการทีต้องทำอะไรเร่ิงรีบตลอดเวลานั้น หรือการเจรจาทางธุรกิจก็อาจจะทำให้คนญี่ปุ่นต้องรักษาเวลา และถือว่าเป็นการรักษามารยาททางธุรกิจก็เป็นได้…

หากว่าเรามีนัด ก็ควรแล้วที่จะต้องไปให้ตรงเวลา…ไม่งั้นก็ไม่รู้จะนัดไปทำไมกันเน็อะ…

ภาษาญี่ปุ่นนั้นอาจจะยากก็จริง แต่ว่าหากเราชอบ และตั้งใจเรียนก็สนุกเหมือนกันนะค่ะ วันนี้ขอแนะนำเวปไซด์ที่จะช่วยให้การฟังภาษาญี่ปุ่นของคุณเก่งขึ้น และนอกจากนี้ยังได้ฟังเพลงญี่ปุ่นอย่างที่ไม่เคยฟังที่ไหนมาก่อนด้วย!

J Chanel FM 93.75 (http://www.sakurakiss.net/)

Chanel ที่มีแต่ความเป็นญี่ปุ่น หลากหลายเรื่องราวของคนญี่ปุ่นที่อยู่ในเืมืองไทย การดำเนินรายการนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่อาจจะมีภาษาไทยบ้างในบางช่วงที่มีการสอนภาษาไทยนะค่ะ หากไม่ยุ่งจนเกินไปคุณอาจรับฟังออนไลน์ได้ ที่ http://www.sakurakiss.net/ หรือรับฟังในขณะที่ขับรถไปด้วยก็ได้ที่ FM 93.75 ใช้ภาษาญี่ปุ่นมาทั้งวันแล้วคงจะเหนื่อยเมื่อยล้าแล้ว ลองพักผ่อนด้วยการฟังเพลงสบายๆ ดูก็ดีนะคะ…(หรืออาจจหนักกว่าเดิม อืม…)

นอกจากจะได้ฟังเพลงก็ยังมีการแนะนำข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่น่ารู้เกี่ยวกับญี่ปุ่นด้วย ยังไงลองเข้าไปดูไปฟังกันได้นะค่ะ จะได้ไม่ต้องเครียดกับงานจนเกินไปนะค่ะ

สำหรับคนที่กำลังหางานและ อยากสมัครงานกับบริษัทญี่ปุ่นนั้น ก็คงทราบกันดีนะค่ะว่ามีบริษัทจัดหางานญี่ปุ่นอยู่หลายแห่งที่จะทำให้คุณได้ สมัครงานกับบริษัทญี่ปุ่นจริงๆ ซึ่งผู้ที่สนใจอยากทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นนั้นมาถูกทางแล้วค่ะ นอกจากจะได้รับการเสนองานแล้ว ยังได้รับข้อมูลดีๆ ในการทำงาน และสมัครงานกับบริษัทญี่ปุ่นด้วยค่ะ

สำหรับบริษัทจัดหางานเจดี โอเรีียนท์นั้น ไ้ด้จัดตั้งขั้นเมื่อปี 2541 ปีนี้ก็ย่างเข้าปีที่ 11 แล้ว เมื่อก่อนนั้นยังมีบริษัทจัดหางานไม่มากนัก แต่ว่าตอนนี้มีอยู่เยอะพอสมควร ซึ่งผู้สมัครงานเองก็ลองศึกษาข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ในการสมัครงานของตัวคุณเองนะค่ะ

นอกจากบริษัทจัดหางานที่ ไม่ใช่ญี่ปุ่นแล้วก็ยังมีบริษัทสัญชาติอื่นอีกที่มีการแนะนำบริษัทญี่ปุ่น ด้วย ก็ขอแนะนำอีกครั้งนะค่ะสำหรับเอกสารที่จำเป็นในการสมัครงานกับบริษัทญี่ปุ่น มีดังนี้ค่ะ

* ประวัติย่อ เป็นภาษาิัอังกฤษ

* สำเนาทะเบียนบ้าน

* สำเนาบัตรประชาชน

* สำเนาวุฒิการศึกษา

* ใบรับรองการทำงาน(ถ้ามี)

* ใบรับรองการฝึกอบรมต่างๆ (ถ้ามี)

* ใบผ่านการเำกณฑ์ทหาร

* รุปถ่ายสี 1 นิ้วหรือ 1 นิ้วครึ่ง

หลังจากเตรียมเอกสารแล้วนะค่ะก็รับรองสำเนาให้เรียบร้อย นอกจากนี้แล้วยังต้องเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนที่จำเป็นในการทำแบบทดสอบ ของเราไปด้วยนะค่ะ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสมัครงานของเรานะค่ะ สมัครงานออนไลน์ฟรี พร้อมทำแบบทดสอบได้ที่ http://www.jd-orient.com